Monga เด็กแกงค์

posted on 15 Nov 2010 14:18 by indygown  in MOVIES
ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าจะดูหนังเรื่องนี้หรอกนะ
แต่พ่อเปิดดูอยู่ก็เลยไปนั่งดูด้วย ไปๆ มาๆ ก็สนุกดีนะ
นั่งดูกันไปจนกับเลย 55+
 
Monga แสบยกเมือง (ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร)
 

แกล้งเอาโปสเตอร์ที่ไม่ใช่หน้าปกมาลง อิอิ
 
Monga เป็นเรื่องราวของแกงค์เด็กอันธพาลที่พ่อแม่อยู่ในย่านนักเลง
บางคนก็เป็นลูกผู้มีอิทธิพล บางคนก็แค่เป็นเด็กธรรมดาที่อยู่บ้าน
เรื่องเริ่มต้นด้วยการเข้าเรียนที่โรงเรียนใหม่ของไอ้ยุง (จำชื่อจริงไม่ได้)
เขาถูกรังแกจากแกงค์เด็กหัวโจกในโรงเรียน แต่ได้รับความช่วยเหลือจาก
แกงค์ลูกผู้มีอิทธิพลและชวนให้ร่วมวงการไปด้วยในในชื่อแกงค์เจ้าชาย
ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยมังกรลี / ไอ้เณร / ไอ้ลิง / ไอ้หมา และไอ้ยุงมาเป็น
สมาชิกคนที่ 5 และเริ่มสร้างอำนาจด้วยการออกไปต่อยตีกับแกงค์อื่นๆ
 

สมาชิกแก๊งค์เจ้าชาย ไอ้ลิง ไอ้หมา ไอ้เณร ไอ้ยุง และมังกรลี
 
เมื่อแกงค์รวมตัวกับครอบ ทุกคนก็เข้าขากันได้ดี โดยเฉพาะมังกร ลี กับ
ไอ้เณรที่ทั้งสองคนดูจะผูกพันกันมากกว่าคนอื่นๆ แต่จุดที่จะทำให้ความสัมพันธ์
ของคนทั้ง 5 ต้องแตกกันไปก็คือการเข้ามาของเจ้าพ่อจากแผ่นดินใหญ่
ที่ต้องการให้เมือง Monga ได้รับความเจริญขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แต่ผู้มีอิทธิพล
อย่างพ่อของมังกร ลี กลับไม่เห็นด้วยและขัดขวางการเชื่อมสัมพันธ์จาก
คนแผ่นดินใหญ่ ทุกคนที่ขัดขวางล้วนต้องเสียชีวิต เด็กๆ ทั้ง 5 จึงต้อง
รู้ให้ได้ว่าใครเป็นผู้ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปจากเดิม
 

สาบานเป็นเพื่อนร่วมแกงค์
 
ปกติผมไม่ค่อยได้ดูหนังที่ออกแนวแกงสเตอร์มากนัก แต่เรื่องนี้ต่างไป
เพราะความสัมพันธ์ของตัวละครที่ดูแล้วน่าสนใจ เป็นความรักเพื่อนพ้อง
มีความเอื้ออาทรต่อกัน แม้ว่าทุกคนในเรื่องจะไม่ใช่คนดี แต่ทุกคนก็มี
ส่วนดีที่แตกต่างกันออกไป ทุกคนมีครอบครัวที่ต้องดูแล มีคนรักที่ต้อง
ห่วงใย และการแก้แค้นก็เป็นการจบชีวิตอย่างมีเหตุผล
 

ใส่ตีนหมาหนีตาย
 
ถึงจะมีแต่เรื่องชกต่อย ตีกัน แต่ Monga ก็มีซอกมุมเล็กๆ ที่เก็บความรักของ
ไอ้ยุงเอาไว้ ซึ่งสาวคนรักของเขาคือหญิงขายบริการที่ไม่มีคนสนใจนัก
หนังยังทำให้ความรักของสองคนนี้เป็นเรื่องอบอุ่นหัวใจ ไม่ใช่ขายเซ็กส์
 

ความรักของไอ้ยุง
 
สำหรับใครที่ชอบดูหนังจีนก็ขอแนะนำเรื่องนี้ได้สักเรื่องหนึ่ง
รับรองว่าไม่ผิดหวัง เพราะมีครบทุกอารมณ์ของหนังแกงสเตอร์
 
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
คุณเชื่อในเรื่องของโอกาสหรือเปล่า

ผมเคยเชื่อว่าโอกาสเป็นของคนที่พร้อมอยู่เสมอ
และผมก็เคยได้รับโอกาสอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อมันหายไป
 

67 วันที่ผมได้โอกาสที่ไม่เคยต้องการก็คือ โอกาสตกงาน
ตลอดเวลาที่ผมไม่ได้ไปทำงานทำให้ผมกระวนกระวายใจมาก
ถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะชิวๆ อยู่บ้านเล่นเกม เดี๋ยวก็ได้งานเองแหละ
รอสักหลังปีใหม่ก่อนแล้วค่อยหางานก็ยังทัน แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้

หลังจากงานล่าสุดของผมก็คือพนักงานต้อนรับของโรงแรม
ผมทำงานนั้นได้แค่ 4 วัน ก็ออกจากงานเพราะว่าผมทนการ
ทำงานแบบเข้ากะไม่ไหว ในใจก็คิดว่าความมั่นใจในตัวเอง
ที่สูงเกินไปก็กลับมาทำร้ายเราได้เช่นกัน

ออกจากงานมาแล้วก็บอกพ่อกับแม่ว่าอยากกลับไปเชียงใหม่
กลับไปพักผ่อนให้หายเครียดเสียก่อนแล้วค่อยกลับมาหางาน
ผมกลับเชียงใหม่ไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ก็ต้องกลับมาบ้าน
เพราะว่าผมดันป่วยด้วยอาหารเป็นพิษ คราวนี้จิตตกกว่าเก่า
นอกจากจะป่วยแล้วก็ยังไม่มีงานทำอีกด้วย ชีวิตเศร้า...



กลับมาอบู่บ้านที่ชลบุรีก็อยู่ไม่สุขอีกครับ ออกไปหาเรียนพิเศษ
ผมไปเรียนวิชาบัญชีแบบตัวต่อตัวกับคุณลุงคนหนึ่งในตลาด
แม้ว่าคุณลุงจะดุไปสักหน่อย แต่ท่านก็เต็มใจสอนและเป็นกันเองมาก
มันทำให้ผมคิดได้ว่า ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของเราหรอก
ถ้าเราตั้งใจที่จะทำสิ่งใดแล้ว มันย่อมต้องประสบความสำเร็จในสักวัน

นอกจากเรียนบัญชีแล้ว ผมก็เรียนขับรถด้วย
ในการเรียนขับรถก็ทำให้ผมได้เพื่อนใหม่ ซึ่งก็คือครูสอนขับรถ
แม้ว่าเขากับผมจะอายุห่างกันมากแต่เราก็คุยกันเฮฮาเหมือนเพื่อน
และผมก็สอบใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลได้สำเร็จ ดีใจมากๆ



เมื่อก่อนหน้านี้ผมไม่ชอบวิชาบัญชีและไม่อยากเรียนขับรถ
แต่เมื่อเอาเข้าจริง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไรเลยสักนิด
และเรื่องต่อมาที่ผมคิดว่ายากที่สุดก็คือการหางานให้ได้ภายใน 1 เดือน
แม้จะตกงานไป 67 วัน แต่มีแค่ 37 วันเท่านั้นที่ผมตกงานจริงๆ
ที่เหลือเป็นช่วงที่ผมกลับไปเยี่ยมญาติที่เชียงใหม่กับพักผ่อน 55+



ในวันที่ผมออกไปเรียนบัญชีก็แวะเข้าร้านอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
เพื่อส่งใบสมัครงาน ประวัติการทำงาน ส่งไปจนจำไม่ได้ว่าสมัครที่ไหนบ้าง
ผมรอๆๆๆๆๆๆๆ จนขี้เกียจรอ ก็มีคนโทรมานัดไปสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่ได้
เพราะว่าเรายังไม่มีประสบการณ์การทำงานในสายงานที่เราสมัครไป
หรืออาจะเพราะว่าหน้าตาเราไม่เหมาะกับการทำงานออฟฟิศใน
นิคมอุตสาหกรรม หรืออาจจะไม่ถูกชะตากับผู้สัมภาษณ์ก็เป็นไปได้
 
 
และในที่สุดผมก็ได้เข้ารับการสัมภาษณ์จากบริษัทโรงพิมพ์แถวอ่าวอุดม
ผมได้พรีเซนต์ตัวเองในอย่างที่ผมเป็น และเข้ากันได้ดีกับลักษณะงาน
ระหว่างที่รอผลการสัมภาษณ์ผมก็เริ่มท้อใจอีกครั้ง..........ในขณะนั้นเอง
มีสายที่ไม่ได้รับ 1 สาย ผมเลยโทรกลับไป ปรากฏว่าฝ่ายบุคคลโทรมา
ให้ผมไปเริ่มงานได้ทันที วินาทีนั้นผมดีใจจนบอกไม่ถูกเลยทีเดียวเชียวแหละ
 
 
งานล่าสุดที่ผมจะทำไปอีกงานก็คือ Graphice Designer ครับ
 
ขอเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำงานหรือยังไม่มีงานทำ
โอกาสเป็นของคุณเสมอ เพียงหาสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุด
และเป็นตัวของตัวเองที่สุด ฝึกฝนและทำมันให้ไดีที่สุดครับ
 
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม